เกษตรเมืองยะลา ติดตามโครงการเกษตรมูลค่าสูง หนุนระบบเกษตรผสมผสาน สร้างรายได้ยั่งยืนสู่ชุมชน ตำบลลำใหม่

วันที่ 11 มิถุนายน 2569 นางสาววันวิสาข์ จั่นเพชร เกษตรอำเภอเมืองยะลา มอบหมายให้ นางรัตนาภรณ์ พิบูลย์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของเกษตรกรที่เข้าร่วม “โครงการเกษตรมูลค่าสูง” ในพื้นที่ หมู่ 5 ตำลำใหม่อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เพื่อสนับสนุนการทำเกษตรกรรมยั่งยืนและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตทางการเกษตร เกษตรกรประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการพื้นที่ตามแนวทาง “เกษตรผสมผสาน” โดยมีการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นระบบเพื่อปลูกพืชผักทางการค้าและพืชผักเพื่อการบริโภคหลากหลายชนิด อาทิ ผักชี เคล (Kale) ผักบุ้ง และผักสลัดนานาพันธุ์ ซซึ่งพืชกลุ่มนี้เป็นที่ต้องการของตลาดสูงและสามารถเก็บเกี่ยวสร้างรายได้ได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากกจำหน่ายผลผลิตสดแล้ว เกษตรกรยังได้นำองค์ความรู้มาต่อยอดสู่กระบวนการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของโครงการเกษตรมูลค่าสูง โดยมีผลิตภัณฑ์เด่นที่สามารถสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่:​กลุ่มแปรรูปผักเพื่อสุขภาพ: การนำผักเคลมาแปรรูปเป็น “ผงผักเคล” และ “น้ำปั่นเคลพร้อมดื่ม” เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพ

​กลุ่มแปรรูปสมุนไพร: การนำวัตถุดิบท้องถิ่นอย่าง “หัวไพล” ร่วมกับสมุนไพรทางเลือกอื่น ๆ อีกกว่า 21 ชนิด มาผ่านกรรมวิธีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อแปรรูปเป็น “ยาหม่องสมุนไพรสูตรโบราณ” ซึ่งได้รับการตอบรับจากตลาดในพื้นที่เป็นอย่างดี

​การบริหารจัดการรายได้แบบองค์รวม

การดำเนินกิจกรรมในลักษณะเกษตรผสมผสานร่วมกับการแปรรูปนี้ ช่วยลดความเสี่ยงด้านราคาผลผลิตตกต่ำ และสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้แก่ครัวเรือนเกษตรกรอย่างเด่นชัด โดยแบ่งโครงสร้างรายได้ออกเป็น 3 ระยะ คือ:

​รายได้ระยะสั้น (รายวัน): ได้จากการเก็บเกี่ยวและจำหน่ายผักสด เช่น ผักบุ้ง ผักสลัด และน้ำผักปั่นเพื่อสุขภาพ

​รายได้ระยะกลาง (รายเดือน): ได้จากการจำหน่ายผักแปรรูป (ผงผักเคล) และผลิตภัณฑ์สมุนไพรยาหม่อง

​รายได้ระยะยาว (รายปี): ได้จากการสรุปยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปส่งออกนอกพื้นที่ และผลผลิตทางการเกษตรตามฤดูกาล

​ การลงพื้นที่ติดตามงานในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเกษตรกร ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมสู่เกษตรมูลค่าสูง ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับรายได้ของเกษตรกรให้มีความมั่นคงในทุกมิติ (รายวัน รายเดือน และรายปี) แต่ยังส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในระดับฐานรากอย่างยั่งยืนต่อไป

ภาพ/ข่าว : นางรัตนาภรณ์ พิบูลย์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร

Scroll to Top