ระหว่างวันที่ 2–11 กันยายน 2569 นางวีระ สมศิริ เกษตรจังหวัดยะลา มอบหมายให้นายธรรมธัช ปราชญาวงศ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการกลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา ผู้ได้รับคัดเลือกจากกรมส่งเสริมการเกษตร เข้าร่วมการฝึกอบรม “2026 Workshop on AI in Agrotechnology (II)” ณ ไต้หวัน ซึ่งจัดโดย TaiwanICDF เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัลในภาคการเกษตร พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับผู้เข้าร่วมจากนานาประเทศ
การฝึกอบรมครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและการศึกษาดูงานในประเด็นสำคัญ อาทิ การใช้ AI และข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางการเกษตร การใช้ IoT และ Sensor ในระบบเกษตรอัจฉริยะ การวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพถ่ายและดาวเทียม ระบบพยากรณ์และจัดการน้ำ การตรวจติดตามโรคและศัตรูพืช การบริหารจัดการโรงเรือน การประยุกต์ใช้ AI ในการเลี้ยงสัตว์และสัตว์น้ำ ตลอดจนการใช้ AI สนับสนุนการตลาดสินค้าเกษตร การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาบรรจุภัณฑ์
นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาตัวอย่างการบริหารจัดการภาคการเกษตรของไต้หวันที่เชื่อมโยงตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการ หน่วยวิจัย ภาครัฐ และตลาดเข้าด้วยกัน โดยให้ความสำคัญกับการจัดเก็บและใช้ประโยชน์จากข้อมูล การพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจ การลดต้นทุนแรงงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การตรวจสอบย้อนกลับ และการพัฒนาการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
จากการฝึกอบรมครั้งนี้ ได้รับแนวคิดสำคัญว่า การพัฒนาเกษตรอัจฉริยะไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเทคโนโลยีที่ซับซ้อนหรือมีต้นทุนสูง แต่ควรเริ่มจากปัญหาที่แท้จริงของเกษตรกร ใช้ข้อมูลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ และเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ โดย AI ควรทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสนับสนุนการตัดสินใจ ขณะที่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรยังคงมีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์ ตรวจสอบ และนำข้อมูลไปใช้ในพื้นที่จริง
องค์ความรู้ที่ได้รับสามารถนำมาต่อยอดกับงานส่งเสริมการเกษตรในจังหวัดยะลาได้หลากหลายด้าน เช่น การใช้ข้อมูลสภาพอากาศและข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยง การติดตามสถานการณ์โรคและศัตรูพืช การพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจสำหรับสินค้าเกษตรมูลค่าสูง การประยุกต์ใช้ AI ในการตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร ตลอดจนการพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรให้สามารถเข้าถึงและใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างเหมาะสม
การเข้าร่วมฝึกอบรมดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้าน Smart Agriculture และ AI รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศไทย ไต้หวัน และประเทศผู้เข้าร่วม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาภาคการเกษตรให้มีประสิทธิภาพ สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต











