วันที่ 26 สิงหาคม 2569 นางวีระ สมศิริ เกษตรจังหวัดยะลา มอบหมายให้นางสาวปุณญิสา เซ่งซิ้ว หัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคเหี่ยวกล้วยหิน ในพื้นที่หมู่ที่ 6 ตำบลปะแต อำเภอยะหา จังหวัดยะลา โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอยะหานำทีมลงพื้นที่
จากการสำรวจแปลงติดตามทั้ง 2 แปลง ไม่พบต้นกล้วยหินที่แสดงอาการของโรคเหี่ยวกล้วยหิน โดยเกษตรกรได้แชร์เทคนิคที่สำคัญในการจัดการแปลง ดัวนี้
แปลงของนายนายสะมะแอ โต๊ะเดร์ ระยะเวลาปลูก 5 ปี ได้ผลผลิตสม่ำเสมอ ราว ๆ 450-500 กิโลกรัม/เดือน (จำนวนกอกล้วย 25 กอ) โดยเกษตรกรมีเทคนิคในการจัดการแปลง ได้แก่
1. ทำระบบให้น้ำในแปลงด้วยระบบสปริงเกอร์
2. การใส่ปุ๋ย
– ช่วงต้นอายุ 1-2 เดือน มีการใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 อัตรา 100-200 กรัม/กอ
– ต้นอายุตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไปใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ทุก ๆ 2 เดือน อัตรา 100-200 กรัม/กอ
– ช่วงอายุ 8 เดือน (แทงปลี) ใส่ปุ๋ย 13-13-21 ปริมาณ 1 กิโลกรัม/กอ
5. การป้องกันกำจัดโรค : มีการใช้สารชีวภัณฑ์ BS-DOA24 รดทั่วกอทุกเดือน (อัตราใช้ตามคำแนะนำ) และเมื่อกล้วยเริ่มแทงปลีมีการใช้ถุงไนลอนห่อปลีเพื่อป้องกันแมลงพาหะ
6. กำจัดวัชพืชในแปลงสม่ำเสมอ ตัดแต่งทางใบกล้วย และแต่งกอกล้วย
7. มีการทำความสะอาดเครื่องมือเกษตร โดยใช้สารฟอกขาวในครัวเรือนทุกครั้งหลักจากเสร็จสิ้นภารกิจ
แปลงของนายหามะรอมือลี ดาหะยอ ต้นกล้วยหินอายุ 10 เดือน ในพื้นที่ไม่มีระบบน้ำ แต่ต้นกล้วยสามารถผ่านพ้นช่วงที่มีสภาพอากาศร้อนจัดได้ เนื่องจากเกษตรกรมีการสำรวจแปลงอย่างสม่ำเสมอ และเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำของดินและลดความเครียดให้กับพืช และเกษตรกรมีการใช้สารชีวภัณฑ์ภายในแปลงอย่างสม่ำเสมอทั้ง BS-DOA24 และเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า รดทั่วกอทุกเดือน
การจัดการแปลงอย่างถูกวิธีคือเกราะป้องกันโรคเหี่ยวกล้วยหินที่ดีที่สุด ทั้งนี้ หากพี่น้องเกษตรกรพบต้นกล้วยมีอาการผิดปกติ หรือต้องการปรึกษาแนวทางการดูแลแปลง สามารถติดต่อสำนักงานเกษตรจังหวัดหรือสำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านท่านได้ทันที









