สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับ “กล้วยหิน” สินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นอันเลื่องชื่อ สู่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบมูลค่าสูง มุ่งเน้นให้ชุมชนคิดเป็น ทำได้ และขายจริง ผ่านการบูรณาการร่วมกับภาคการศึกษาและหน่วยงานส่วนกลาง
วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นางวีระ สมศิริ เกษตรจังหวัดยะลา ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ พร้อมด้วยกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร และสำนักงานเกษตรอำเภอยะหา ลงพื้นที่จัด “เวทีชุมชนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น”ร่วมกับนางสาวปุญญิศา ทรัพย์เพิ่ม นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ คณะเจ้าหน้าที่จากสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 จังหวัดสงขลา ณ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลลิตทางการเกษตรบ้านเจ๊าะตีเมาะ หมู่ที่ 6 ตำบลละเเอ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานเศรษฐกิจสร้างสรรค์
การจัดเวทีชุมชนในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทีมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา นำโดย ผศ.จริยา สุขจันทรา, ดร.คืนจันทร์ ณ นคร หลักสูตรนวัตกรรมและธุรกิจอาหาร คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร และ ดร.อัจฉราพร ยกขุน หลักสูตรเทคโนโลยีและสารสนเทศ คณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มาร่วมกันจุดประกายความคิดให้กับเกษตรกรในหัวข้อ “ถอดรหัสของดีสร้างเรื่องเล่า (Story Telling) กล้วยหินยะลา” และ “ถอดรหัสการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototype)” ซึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ การเปิดโอกาสให้ชุมชนระดมความคิดว่า “อยากเห็นกล้วยหินแปรรูปเป็นอะไร?” พร้อมทั้งร่วมกันวางแผนธุรกิจอย่างเป็นระบบด้วยเครื่องมือระดับสากลอย่าง Business Model Canvas (BMC) โดยในเวทีได้มีการเสนอแนวคิดการพัฒนา “กล้วยหินต้มบรรจุในถุงสูญญากาศ” เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและคงความสดใหม่ ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ โดยมุ่งถ่ายทอดคุณค่าจากผืนดินยะลา ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกล้วยหินที่อุดมสมบูรณ์และดีที่สุดในประเทศ ส่งผลให้กล้วยหินที่นี่มีผลเหลี่ยมชัดเจน เนื้อแน่น และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง นำมาสู่ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่สะท้อนเสน่ห์แห่งอัตลักษณ์พื้นถิ่นอย่างแท้จริง”
สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา และภาคีเครือข่าย พร้อมที่จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการสนับสนุนต่อยอดการผลิตภัณฑ์ต้นแบบของชุมชน ไปสู่การทำตลาดจริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนจากผลผลิตที่เป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นเอง






































